วัดป่าธรรมอุทยาน

วัดป่าธรรมอุทยาน

วัดป่าธรรมอุทยาน

วัดป่าธรรมอุทยาน จ.ขอนแก่น หรือวัดหลวงพ่อกล้วย มีสถานที่ตั้งอยู่ที่ป่าช้าของหมู่บ้านสำราญและบ้านเพี้ยฟาน ต.สำราญ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ทางวัดเน้นการปฏิบัติธรรมการเจริญสติ-ดูจิต โดยมีพระอาจารย์สำราญ ธมฺมธุโร หรือหลวงพ่อกล้วย เป็นผู้ก่อตั้งและเป็นพระวิปัสสนาจารย์ วัดป่าธรรมอุทยานเป็นสถานปฏิบัติธรรมซึ่งมีพื้นที่กว่า 70 ไร่ รายล้อมด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ บรรยากาศในวัดร่มรื่น สงบเงียบ ร่มเย็น มีต้นไม้ขึ้นเป็นกอใหญ่หลาย ๆ กอ ทำให้ร่มรื่น สัปปายะ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม เจริญจิตภาวนา เป็นอย่างไร สะดวกในการเข้าพักปฏิบัติธรรม มีศาลาการเปรียญ หอฉัน ลานสำหรับปฏิบัติธรรม และที่พักสำหรับผู้มาถือศีลกระจายอยู่ทั่ว บริเวณภายในวัด นอกจากจะมีธรรมชาติร่มรื่นแล้ว ยังมีพระพุทธรูปและสิ่งมงคลต่าง ๆ ให้กราบไหว้ อาทิ พระพุทธรูปใหญ่ปางลีลา (พระพุทธลีลาวิลาส) ซึ่งสูงประมาณตึก 4 ชั้น เป็น Landmark ของวัด วิหารพระพุทธรูปหยกพระพุทธรูปปางนาคปรก พระพุทธรูปปางประสูติ เจ้าแม่กวนอิม หินอ่อน พระบรมสารีริกธาตุประดิษฐ์ฐานภายในวัดป่าอุทยาน และอื่น ๆ อีกมาก

ลักษณเด่นทางการท่องเที่ยวทางพุทธธรรม

วัดป่าธรรมอุทยานเป็นวัดเน้นเสริมสร้างศรัทธาก่อน และส่งเสริมปฏิบัติตามหลัง โดยสถานที่ตั้งวัดป่าธรรมอุทยานมีสิ่งปลูกสร้างสวยงาม สามารถสร้างแรงจูงใจให้เกิดศรัทธาได้มาก และแบ่งพื้นที่ส่งเสริมการปฏิบัติธรรมใว้รองรับการปฏิบัติผู้สนใจการปฏิบัติกัมมัฏฐาน ผู้สนใจไปเที่ยวชมวัดให้เตรียมตัวโดยแต่งกายชุดขาวหรือชุดสุภาพ หากจะไปค้างคืนที่วัดก็ให้เตรียมของใช้ส่วนตัวไปด้วย อีกทั้งเมื่อต้องการเข้าปฏิบัติพร้อมครอบครัว ทางวัดจัดกุฏิหรือที่พักใว้รองรับตามความต้องการของผู้สนใจ เพราะวัดป่าธรรมอุทยานเป็นสถานปฏิบัติธรรมซึ่งมีพื้นที่กว่า 70 ไร่ ภายในวัดส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ส่งผลให้ภายในวัดรายล้อมด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ บรรยากาศในวัดร่มรื่น สงบเงียบ ร่มเย็น มีต้นไม้ขึ้นเป็นกอใหญ่หลาย ๆ กอ ทำให้ร่มรื่น สัปปายะ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม เจริญจิตภาวนา มีสิ่งสะดวกในการเข้าพักปฏิบัติธรรม มีศาลาการเปรียญ หอฉัน ลานสำหรับปฏิบัติธรรม และที่พักสำหรับผู้มาถือศีลกระจายอยู่ทั่ว บริเวณภายในวัด รวมถึงการบริการอาหารแก่ผู้มาเยือนวัดป่าธรรมอุทยานแห่งนี้

รูปแบบการปฏิบัติธรรมประจำวัดมีลักษณะการเจริญสติ-ดูจิต โดยมีพระอาจารย์สำราญ ธมฺมธุโร หรือ หลวงพ่อกล้วย เป็นเจ้าอาวาสและเป็นพระวิปัสสนาจารย์ ท่านเมตตาสั่งสอนศิษย์มาก ติดขัดตรงไหนท่านจะแนะนำให้ บรรยากาศภายในวัดมีความสงบเงียบ ร่มเย็น มีต้นไผ่ขึ้นเป็นกอใหญ่หลายๆ กอ ทำให้ครึ้มร่มรื่น สัปปายะ ด้วยสถานที่สงบเป็นป่าช้าเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม เจริญจิตภาวนา เป็นอย่างยิ่ง สะดวกในการเข้าพักปฏิบัติธรรม อีกทั้งมีหลุมศพไว้ให้เราพิจารณามรณานุสสติและดูจิตตัวเอง

สถานที่แปลกแตกต่างไปจากที่อื่นอยู่ ตั้งแต่ปากทางเข้ามา พบรูปปั้นพญานาคขนาดใหญ่ ภายในวัดมีต้นไม้จำนวนมากบรรยากาศร่มรื่น และมีสระขนาดใหญ่ ผู้มาเยือนสามารถชมปลาในสระและ

ที่นั่งอ่านหนังสือริมสระ เมื่อศรัทธาเกิดเดินชมวัดไหว้พระ และหากหลงทาง เลือกดูแผนที่วัดป่าธรรมอุทยานขนาดใหญ่ อีกทั้งชมน้ำตก สวน บ่อน้ำ

การจัดกิจกรรมปฏิบัติธรรมไม่มีการจัดอบรมเป็นคอร์ส ผู้ที่เข้ามาฝึกสามารถปฏิบัติอย่างมีอิสระ เลือกสถานที่ปักกรด กางเต็น อยู่กุฏิ วิธีไม่มีรูปแบบตายตัว แต่เน้นฝึกฝนตนเอง มีความรับผิดชอบ เสียสละ มีความอดทน มีเมตตาไม่มีตารางการปฏิบัติเป็นกำหนดเวลา ที่วัดถือว่าทุกคนมีข้อวัตรปฏิบัติในตัว จึงไม่มีข้อบังคับ หรือกฎเกณฑ์ ผู้สนใจสามารถมาได้ตลอดเวลา ทั้งนี้หลวงพ่อจะมีการเทศน์ก่อนฉันเช้าประมาณเวลา ๐๖.๔๕ น.

สำหรับที่นี่ ทุกคนเข้ามาก็ให้รู้สึกว่ามาที่นี่เหมือนกับอยู่บ้าน ซึ่งแต่ก่อนยังไม่ได้มา ก็เคยไปคิดว่า เราจะไปอยู่ยังไง เราจะไปกินยังไง ไปนั่งยังไง ไปฝึกยังไง มันหลอกเราเสียแล้ว พอมาเข้าจริงๆ มารู้ความจริง มาที่นี่ก็สบายนะ ใครๆ ก็เหมือนกับพี่กับน้อง มีอะไรก็คอยช่วยเหลือ ซึ่งกันและกัน ความวิตกกังวลก็คลายไป โดยไม่รู้ตัว มันคลายไปเปราะใหญ่ จิตใจก็เลยสบาย

หลวงพ่อกล้วย บอกว่า การเจริญสติ ก็เพื่อที่จะเข้าไป สะสางกิเลสออกจากจิต จากใจของเรา การรักษาศีล การเจริญสติรักษาศีล สร้างสติ สร้างสมาธิ ก็เพื่อที่จะไปทำความเข้าใจ และก็ละความหลง คลายความหลง และก็ละกิเลสออกจากจิต จากใจของเราให้หมด

แม้แต่ความอยากเล็กๆ น้อยๆ อยากจะรู้ธรรม อยากเข้าถึงธรรม เราก็ต้องทำ แต่การกระทำคือ การสังเกต การวิเคราะห์ สังเกตไม่ทัน เราก็ต้องใช้สมถะเข้าไปดับ เราอาจกำหนดอยู่กับลมหายใจบ้าง สร้างความรู้สึกอยู่ที่การหายใจเข้า ออกบ้าง

การเจริญสติ เรียกว่าสร้างความรู้สึก อยู่ที่การเคลื่อนไหว ของกายบ้าง แล้วแต่ความถนัด ของแต่ละบุคคล ที่จะเดินให้ถึง การฝึกหัดปฏิบัติจิต เราต้องค่อยเป็นค่อยไป อย่าไปวู่วาม คือค่อยเป็นค่อยไป ตั้งจิตไม่ทัน เราก็เริ่มใหม่ ทำความเข้าใจ เราก็เริ่มใหม่อยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ตื่นขึ้นมา

ทั้งนี้ หลวงพ่อกล้วย พูดทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า “วัดเปรียบดังแผนที่ ที่จะพาสู่จุดมุ่งหมายปลายทาง พวกเรามีโอกาสโชคดี ก็อย่าปล่อยโอกาสทิ้ง หมั่นสำรวจ ตรวจตราดู ตลอดเวลา สร้างผู้บริหารใหม่ให้เข้มแข็ง คือมาเจริญสตินั่นแหละ ให้เข้มแข็งอยู่ตลอดเวลา อันไหนเป็นจิต ลักษณะของจิต การก่อตัวของจิต การก่อตัวของขันธ์ ๕ เป็นอย่างไร จิตของเรา อารมณ์ของเรานั่นแหละสำคัญ พิจารณาให้ดี การที่มาวัด เราก็มาสร้างประสบการณ์ หรือมาหาแผนที่ หาแนวทาง นั่นแหละ พวกเราจะเดินตามหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับตัวของคุณเอง พยายามเดินให้ถึงจุดหมายปลายทาง มันก็ไม่มีอะไรมาก”

Related posts

Leave a Reply

Your email address will not be published.